การดูแลรักษาคอมพิวเตอร์เมื่อเกิดน้ำท่วม


เนื่องจากตอนนี้ประเทศไทยได้ประสบปัญหาอุทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งบางพื้นที่ได้เกิดปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้หลายบ้านเก็บข้าวของในบ้านไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องใช้ไฟฟ้ากับน้ำเป็นของที่ไม่ถูกกันอยู่แล้ว คอมพิวเตอร์ก็เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างหนึ่งที่เราควรจะต้องดูแลเป็นพิเศษเมื่อเกิดเหตุการณ์เฉพาะหน้า วันนี้ผมอยากจะขอแนะนำ “วิธีการป้องกันและดูแลคอมพิวเตอร์ของคุณเมื่อประสบเหตุน้ำท่วม” นะครับ

 

คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างหนึ่งที่มีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก ลองนึกภาพดูนะครับว่า แค่น้ำหกใส่คีย์บอร์ดโน้ตบุ้คยังจะทำให้เครื่องพังง่ายๆ นี่น้ำปริมาณมหาศาล ถ้าเราไม่ป้องกันก่อน ไม่เหลือครับ ในการป้องกันและดูแลรักษาคอมพิวเตอร์ของเรานั้นมีแนวทางดังนี้ครับ

1. ให้คุณคอยฟังข่าวความคืบหน้าที่เกี่ยวกับน้ำท่วมที่อาจจะเกิดในพื้นที่ของคุณ หรือตรวจสอบได้ผ่านทาง Thaiflood.com เพื่่อที่คุณจะได้รู้ว่า คุณมีเวลาเท่าไหร่ในการเคลื่อนย้ายสิ่งของในที่อยู่อาศัยของคุณให้ขึ้นที่สูง

2. หากคุณใช้คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Notebook) แม้้ว่าจะมีกระเป๋าสำหรับเก็บคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว แต่เพื่อความมั่นใจ ผมขอแนะนำให้คุณหาถุงพลาสติกขนาดใหญ่หน่อยใส่ Notebook ลงไปก่อน แล้วจึงค่อยใส่เข้าไปในกระเป๋าครับ เพราะหากเกิดเหตุสุดวิสัยตกน้ำขณะขนย้าย คุณก็ยังมั่นใจว่า Notebook ของคุณยังปลอดภัยครับ

3. แต่ถ้าคุณใช้คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ (PC Desktop) สังเกตได้ว่า จะมีส่วนสำคัญๆ อยู่สองส่วนคือ ส่วนของจอภาพ และส่วนของเคสคอมพิวเตอร์ ซึ่งส่วนมากมีหลายท่าน เอาเคสคอมพิวเตอร์วางไว้กับพื้น แต่ตอนนี้ผมขอแนะนำให้ย้ายเจ้าเคสนี้มาไว้บนโต๊ะแทน แต่ถ้าช่วงนั้นยังไม่ได้ใช้ ผมขอแนะนำให้คุณทำการแยกแต่ละส่วนออกจากกันและเก็บไว้บนที่สูงครับ โดยอาจจะหาถุงสักใบเื้พื่อเก็บสายและอุปกรณ์ส่วนอื่นเช่น เม้าส์ คีย์บอร์ด โมเดม

ส่วนสายเชื่อมต่อต่างๆ อาจทำให้คุณสับสนได้ง่ายๆ ผมแนะนำเคล็ดลับง่ายๆ ก็คือ ก่อนที่คุณจะถอดสายแต่ละส่วน ให้คุณทำการเขียนสัญลักษณ์ไว้ที่ช่องเชื่อมต่อนั้นๆ เช่น ช่องเสียบสายต่อจอ คุณก็อาจจะเขียนไว้ว่า “A” ข้างๆ ช่องนั้น ส่วนตัวสาย คุณก็อาจจะหากระดาษที่เขียนว่า “A” แปะไว้ทีปลายสายด้วย เพื่อเวลาที่คุณจะนำมาประกอบใหม่ก็จะช่วยลดความยุ่งยากได้ไม่น้อยเลยครับ

4. หากคุณยังคงต้องอาศํยอยู่ในที่พักอาศัยของคุณในช่วงน้ำท่วม คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ผมขอแนะนำให้เก็บไว้ที่สูง (ถ้าสูงกว่าตัวคุณได้ยิ่งดีครับ) เช่น หลังตู้เสื้อผ้า, หรือชั้นสองของบ้าน เพื่อความปลอดภัยครับ

5. แต่ถ้าคุณต้องขนย้ายของต่างๆ ออกจากบ้านด้วย อย่าลืมหาถุงพลาสติกครอบไว้ก่อน และไม่วางของอื่นทับคอมพิวเตอร์ของคุณนะครับ

6. หากคุณต้องใช้คอมพิวเตอร์ในขณะน้ำท่วม อย่าลืมตรวจสอบสายไฟ ตำแหน่งปลั้กไฟให้ดีว่า  ไม่โดนน้ำหรือแช่น้ำอยู่นะครับ เพื่อความปลอดภัย

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณดูแลคอมพิวเตอร์ของคุณได้ดีขึ้นในตอนน้ำท่วมนะครับ

วิธีการป้องกันคลิปหลุดแบบได้ผล 100%

คลิปหลุดคืออะไร? (ความจริงไม่ต้องถามก็ได้มั้ง น่าจะตอบกันได้อยู่แล้ว) คลิปหลุดก็คือ คลิปที่ข้าถ่ายเอ็ง เอ็งถ่ายข้า แต่ชาวบ้านดันได้ดูซะนี่ ในปัจจุบันนี้ สิ่งที่อันตรายสำหรับโลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้ามากมายก็คือ คลิปหลุดมันไม่ได้อันตรายสำหรับพวกเราหรอกครับ แต่มันอันตรายสำหรับ คนที่อยู่หน้ากล้อง (โทรศัพท์มือถือ)

“หาก คุณเผยเคลิบเคลิ้ม ปล่อยตัวปล่อยใจ ไปกับการยินยอมถ่ายภาพหรือวีดีโอระหว่างคุณกับคนรักแล้ว อย่าประมาท และอย่าคิดว่า คลิปนี้มีคนเห็นแค่คุณกับคนรักสองคนเท่านั้นในโลกนี้”

clip-lhud

อันตรายมากครับ อย่าได้คิดอย่างนั้นเชียว มันเลิกกับคุณเมื่อไหร่ คุณได้ไปยิ้มบนอินเตอร์เน็ทแน่นอน

หลายคนอาจจะคิดว่า แค่ลบทิ้งก็ไม่ต้องกังวลแล้ว หรือถ้าจะให้ชัวร์ ก็ format สื่อบันทึกข้อมูลตัวนั้นไปก็จบแล้ว

ไม่ ชัวร์ครับ ผมอยากจะบอกคุณว่าไม่ชัวร์ เมื่อก่อนผมคิดว่าการ format น่าจะเป็นทางที่แก้ไขปัญหาในเรื่องของการลบข้อมูลทิ้งได้ดีที่สุด จนเมื่อวันหนึ่งผมได้มีโอกาสได้ โปรแกรมกู้ไฟล์ ตัวหนึ่งมาไว้ครอบครอง

ความน่ากลัวของมันก็คือ ไม่ว่าคุณจะลบข้อมูลถึงขั้น format ไปแล้ว มันก็ยังสามารถดึงข้อมูลที่(เราคิดว่า)สาบสูญไปแล้ว ให้กลับมานั่งยิ้มอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ได้อีกครั้งหนึ่ง (บนคอมพิวเตอร์ใครก็ไม่รู้นะครับ)

และข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการเก็บข้อมูลลงบนสื่อบันทึกนั้น ผมว่าหลายคนยังเข้าใจผิดอยู่ (รวมถึงผมในตอนแรกด้วย)

เวลาที่เราลบข้อมูลจากสื่อบันทึกข้อมูลใดๆ ก็ตามนั้น การลบข้อมูลโดยการ delete หรือ format นั้นเป็นแค่การลบไปแต่ในนามแค่นั้น แต่เนื้อหาของข้อมูลนั้นยังคงอยู่ในสื่อบันทึกข้อมูล เพียงแต่เราและเครื่องคอมพิวเตอร์มองไม่เห็นเท่านั้น หากมีโปรแกรมที่สามารถดึงข้อมูลที่ลบไปแล้วนั้นได้เมื่อไหร่ ความลับก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป

วิธีการป้องกันคลิปหลุดแบบได้ผล 100% นั้นก็คือ


1.
ไม่ถ่าย ยังไงก็ไม่ถ่าย (อาจจะดูเป็นวิธีที่คุณอาจจะคิดว่า ควายก็ตอบได้) แต่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้วครับ

2. หากถ่ายไปแล้ว ถ้าเป็นเครื่องโทรศัพท์มือถือของเรา ให้เอาการ์ดเก็บบันทึกข้อมูลออกมาจากโทรศัพท์มือถือครับ แล้วหักทิ้งเลยครับ ปัจจุบันการด์บันทึกข้อมูลในโทรศัพท์มือถือราคาถูกอย่างกับอุจจาระ อย่าไปเสียดายครับ เพราะถ้าคลิปหลุดของคุณหลุดออกไป คุณไม่มีทางย้อนเวลากลับมาแก้ไขอะไรเลยนะครับ

3. หากถ่ายไปแล้ว ถ้าเป็นเครื่องโทรศัพท์มือถือของคนรักของเรา ก็เอามาหักทิ้งเหมือนกัน ถ้า(มัน)ไม่ยอม ก็แอบเอามาหักทิ้งครับ ให้มันรู้ไป เลิกคบกันก็ยังดีกว่าปล่อยให้คลิปหลุดออกไปดีกว่าครับ

ด้วยรักและเป็นห่วงนะครับ

การแก้ไขปัญหาไวรัสลงเครื่องแบบยั่งยืน

ปัญหาใหญ่สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันที่พบเห็นกันเป็นอย่างมากก็คือ “การหาคลิปหลุดของดาราไม่เจอ” ไม่ช่าย เรื่องของ “ปัญหาไวรัสลงเครื่อง” ต่างหาก หลายคน (รวมทั้งตัวผมเอง) ก็เจอปัญหานี้อยู่เป็นระยะๆ จากประสบการณ์ของผมเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมป้องกันไวรัส ( Anti-Virus Program) ทั้งแบบฟรีและเสียเงิน) รวมๆ ก็ประมาณ 7-8 ยี่ห้อแล้ว แต่ก็ยังเจอปัญหานี้อยู่ร่ำไป จนเริ่มรู้สึกว่า ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ (แม้กระทั่งแอนตี้ไวรัส)

virus-pendrive

แล้วเราจะแก้ไขปัญหาเรื่องไวรัสนี้อย่างไรดีล่ะ? วันนี้ผมจะมาบอกวิธีการป้องกันที่ง่ายจนไม่น่าเชื่อให้คุณลองเอาไปทำดูนะครับ

1. ควรทำการ update ฐานข้อมูลไวรัสของโปรแกรมป้องกันไวรัสในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณบ่อยๆ นะครับ
(ไม่ว่าคุณจะได้มาฟรีหรือเสียเงินก็ตาม) เพราะการ update บ่อยๆ จะทำให้เครื่องของเรารู้จักไวรัสตัวใหม่ๆ ได้ดีขึ้น จะได้ไม่เป็นกรณีเชิญโจรเข้ามานั่งเล่นในบ้านของเรานะครับ ถ้าเครื่องเราไม่ได้ต่ออินเตอร์เน็ทเป็นประจำ ก็ลองหาวิธีการ update แบบ off-line ก็ได้ครับ

2. ติดตั้งโปรแกรมจำพวก Disable การ Autorun ของอุปกรณ์
ตัวหนึ่งที่ผมว่าดีและฟรีก็คือ CPE17 Autorun Killer และอีกตัวก็คือ USB Security Disk (เครื่องที่ผมใช้งานอยู่ลงทั้งสองตัวนี้ครับ) โดยการทำงานคร่าวของมันก็คือ “จะหยุดการ Autorun เมื่อตอนที่เราเสียบ Thumb Drive (อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ USB ) หรือใส่แผ่นซีดี” เพราะไวรัสหลายตัวเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านช่องทางนี้

3. เมื่อติดตั้งแล้วโปรแกรม Disble Autorun แล้ว หลังจากเสียบอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบ USB แล้ว อย่าเพิ่งเริ่มใช้งาน
ให้ลองคลิ้กขวาที่เม้าส์ ที่ Drive ของ USB เสียบอยู่ เลือกใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัสสแกนดูก่อนเปิด จะช่วยป้องกันการติดไวรัสได้ดีเลยทีเดียว

4.หลังจากดาวน์โหลดไฟล์หรือได้รับไฟล์อะไรใหม่ก็ตาม อย่าเพิ่งเปิด เสียเวลาสักนิด สแกนดูก่อน
เพราะส่วนใหญ่ไฟล์ที่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ทมักจะแนบไวรัสไว้ด้วย (พวก Crack,Sereal Number,Keygen นี่ตัวดีเลย)

5. การสำรองข้อมูลหรือการใช้ System Restore ก็เป็นการป้องกันที่ดี
(ถ้าใครสำรองข้อมูลด้วยการ Ghost ได้นี่ยิ่งดีใหญ่เลยครับ ผมก็ทำไว้อยู่เหมือนกัน windows มีปัญหาปุ๊ป ลง Ghost ปั๊บ กลับมาใสปิ๊งเหมือนเดิม)

6. ไฟล์ข้อมูลต่างๆ ไม่ควรเก็บไว้ใน ไดรว์ C:
เพราะหากเกิดปัญหาอะไรก็ตามจนถึงขั้นที่ต้อง format เครื่องใหม่ ข้อมูลใน ไดรว์ C: จะหายไปทั้งหมด ถามว่ากู้กลับมาได้ไหม ตอบว่าได้ครับ แต่อาจไม่สมบูรณ์ ถ้าอย่างนั้น เก็บไว้ที่อื่นง่ายกว่าเยอะครับ

แค่ไม่กี่ข้อนี้ผมว่า เครื่องของคุณจะลดความเสี่ยงในเรื่องปัญหาไวรัสลงเครื่องไปได้มากโขเลยครับ ง่ายดีไช่ไหมครับ