Hack Instagram คืออะไร? ทำเพื่ออะไร?


หลังจากที่โปรแกรมถ่ายภาพแบบอาร์ตๆ ที่สามารถแชร์และให้คนอื่่นสามารถติดตามได้อย่าง “Instagram” ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนปัจจุบันมีดารารวมทั้งมี่บุคคลมีชื่อเสียงหลายคนใช้ Instagram เป็นช่องทางในการพบปะกับแฟนคลับ หรืออัพเดทรูปต่างๆ เพื่อให้คนที่สนใจและติดตามดาราคนนั้น จนมีข่าวล่าสุดว่า มีคนพยายามแฮค Instagram ของดาราชื่อดังอย่าง พลอย เฌอมาลย์ ซึ่งทาง พลอย เฌอมาลย์ ก็ได้โต้ตอบโดยการอัพโหลดภาพที่เขียนข้อความว่า “มีคนพยายามแฮ็ค IG พลอย อยู่ มีเมลส่งมาคิดว่าไม่รู้เหรอ ไอ้(ตู๊ดๆๆ…) ขีดเส้นตายเลิกทำเดี๋ยวนี้ บ้าน…ขาด FOLLOWERS เหรอ?” ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า การแฮก  Instagram คืออะไร และทำเพื่ออะไรกันแน่?

ขออนุญาตเซ็นเซอร์คำสักหน่อยนะครับ กับสเตตัสต้นเรื่อง

การแฮก Instagram คืออะไร?

การแฮก Instagram คือ “การพยายามเข้าถึงบัญชีของผู้ใช้งาน Instagram เพื่อทำการยึดถือ เปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อมูล รวมทั้งทำให้ผู้ติดตาม (Follower) เข้าใจผิดคิดว่า สเตตัสที่ผู้แฮกแสดงเป็นสเตตัสที่ถูกสร้างโดยผู้ถูกแฮกนั้น”

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ดาราชื่อ A มีบัญชี Instagram ที่มีคนติดตามเป็นจำนวนมาก นาย B เป็นแฮกเกอร์ที่ต้องการจะแฮกบัญชี Instagram ของดารา A เมื่อทำการแฮกสำเร็จ นาย B จะทำการอัพโหลดรูปหรือแสดงความคิดเห็นโดยใช้บัญชีของดารา A ทำให้ผู้ติดตามจำนวนมากนั้นเข้าใจว่า ดารา A เป็นคนอัพเดทสถานะหรือแสดงความคิดเห็นนั้น

 

การแฮก Instagram ทำเพื่ออะไร?

จริงๆ แล้วการแฮก Instagram มีแรงจูงใจหลายกรณีครับ เช่น

1. ผู้แฮกต้องการแสดงความสามารถของตนให้คนอื่นรู้ หากเป็นกรณีจะสังเกตได้ว่า หากทำการแฮกสำเร็จแล้ว ผู้แฮกจะแสดงให้ผู้อื่นรู้ว่า ตนเองแฮกสำเร็จแล้ว

2. ต้องการโฆษณาแฝง หลายครั้งที่รูปใน Instagram ของดาราหรือผู้มีชื่อเสียง จะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ทำให้มีบางครั้งอาจจะมีการโฆษณาแฝงของสินค้าหรือบริการ เพราะเชื่อว่า หากดาราคนนั้นกินอะไรหรือใช้อะไรหรือไปที่ไหน ก็จะได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

3. ต้องการทำลายชื่อเสียงของผู้ถูกแฮก เมื่อแฮกสำเร็จแล้ว อาจจะนำรูปน่าอาย หรือแสดงถ้อยคำหยาบคาย เพื่อลดความน่าเชื่อถือของผู้นั้น เนื่องจาก Instagram มีระบบของการติดตาม หากผู้นั้นคิดหรือแสดงอะไรออกไป จะทำให้ผู้ติดตามทั้งหลายรับทราบได้อย่างรวดเร็วและเป็นจำนวนทีละมาก

 

การป้องกันการถูกแฮก Instagram

วิธีการป้องการเมื่อคุณสงสัยว่า คุณอาจจะถูกแฮก Instagram

  1. ตั้งค่าการป้องกันด้านความปลอดภัยใน Instagram
  2. ไม่แจ้งรหัสผ่านให้ผู้อื่นรู้
  3. ทำการล็อคเครื่องโทรศัพท์ทุกครั้งที่ใช้งานเสร็จ ป้องกันเมื่อมือถือหาย และถูกผู้อื่นนำไปใช้งาน

 

ข้อควรสังเกตและระวังก่อนเปิดอ่านอีเมล์ (ป้องกันโดน Hack)


วันนี้ผมอยากจะนำเสนอเรื่องหนึ่งครับ เพราะว่าช่วงนี้คนรอบข้าง 3-4 คนโดนมาแล้ว นั่นก็คือ การโดน Hack อีเมล์ครับ ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่เกิดขึ้นมาจาก การถูกแฮคผ่านทางการคลิ้กลิ้งค์ที่เพื่อนส่งมาให้เรา (ซึ่งอีเมล์เพื่อนตอนนี้โดนแฮคไปเรียบร้อยแล้ว) สละเวลาสักนิดเพื่อป้องกันไม่ให้อีเมล์ของคุณถูกแฮคนะครับ

ข้อควรสังเกตและระวังก่อนเปิดอ่านอีเมล์ (ป้องกันโดน Hack)

ไม่น่าเชื่อว่า เดี๋ยวนี้เราจะถูก Hack อีเมล์ได้ง่ายดายกว่าสมัครก่อนมากครับ ซึ่งวิธีหนึ่งที่เหล่าผู้ไม่ประสงค์ดีนิยมใช้คือ การส่งอีเมล์ไปหาเป้าหมายโดยแนบลิ้งค์ที่มีไวรัสหรือมัลแวร์

เมื่อเป้าหมาย (ซึ่งอาจจะเป็นเราเอง) ได้รับและเปิดอ่าน และทำการคลิ้กลิ้งค์ที่แนบมา มันจะพาคุณไปยังเว็บไซต์ที่มีไวรัสหรือมัลแวร์แฝงอยู่ และจะทำให้เครื่องของคุณติดไวรัสหรือมัลแวร์ทันที

ลักษณะอาการของการถูก Hack ด้วยวิธีนี้ ส่วนใหญ่อาการที่พบก็คือ “ไม่สามารถเข้าสู่บัญชีอีเมล์ของคุณได้” ทั้งๆ ที่คุณยังใช้ Password เดิมมาตลอด (ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเลย) ทำให้เกิดความเสียหายได้มากมาย หากคุณมีข้อมูลสำคัญที่ต้องใช้งานอยู่ในอีเมล์นั้น

แม้หลายคนอาจจะคิดว่า “โปรแกรมป้องกันไวรัสมันก็น่าจะช่วยได้น่า” แต่อย่าประมาทไปครับ ผมขอแนะนำวิธีการง่ายๆ ที่ช่วยป้องกันได้ดีเป็นอย่างยิ่งครับ

 

1. ข้อสังเกตง่ายๆ อันแรกที่จะบอกได้ว่า อีเมล์เพื่อนของคุณถูกแฮคแล้วก็คือ หัวข้ออีเมล์มักเป็นแบบนี้ครับ (ไม่มีชื่อเรื่อง) หรือเป็นข้อความภาษาอังกฤษ (ทั้งๆ ที่เพื่อนคนนี้ส่งเมล์หาคุณโดยใช้แต่ภาษาไทยตลอด)

2. ข้อสังเกตที่สองก็คือ อีเมล์ฉบับนั้นมักจะมีการส่งต่อ (CC) ไปยังคนอีกจำนวนมาก ซึ่งเป็นวิสัยของพวก Spam เมล์อยู่แล้วครับ

3. ข้อสังเกตสุดท้าย ในเนื้อหาของอีเมล์นั้น มักจะมีข้อความเพื่อกระตุ้นให้เราอยากคลิ้กลิ้งค์ที่แนบมาให้

 

วิธีการป้องกันเมื่อเจออีเมล์ที่มีลักษณะเข้าสามข้อด้านบนนี้ ให้คุณทำการลบอีเมล์นั้นทิ้งทันที และแจ้งให้เจ้าของอีเมล์ทำการ Reset รหัสผ่านเข้าอีเมล์ใหม่ (วิธีการแล้วแต่ผู้ให้บริการครับ)

ไว้คราวหน้าผมจะนำเสอวิธีการกู้คืนอีเมล์ที่เราโดนแฮคไปนะครับ

Log off คอมพิวเตอร์ด้วยปุ่ม Windows+L ป้องกันข้อมูลแบบง่ายๆ


ทิปสั้นๆ ง่ายๆ วันนี้ เกิดจากเมื่อผมได้ไปทำธุระที่ธนาคารสำนักงานใหญ่แห่งหนึ่งแล้วไปทำธุระ(ส่วนตัว)ที่ห้องน้ำ เห็นป้ายๆ หนึ่งติดเอาไว้ โดยมีใจความว่า ให้ Log off คอมพิวเตอร์ทุกครั้ง ผมก็เลยคิดเล่นๆ ว่า เออ เขารณรงค์ทำไมนะ วิธีง่ายๆ แบบนี้

วิธีการก็ไม่ได้มีอะไรมากเลยครับ ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีการตั้งรหัสผ่านไว้ หากคุณต้องมีธุระต้องละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณสักระยะหนึ่ง วิธีการ Log off ที่ง่ายที่สุดคือ

กดปุ่มที่มีสัญลักษณ์ Windows + L

ดูตำแหน่งของปุ่ม Windows + L ตามภาพครับ

แค่นั้นเองแหละครับ ง่ายมาก

เหตุผล ไม่ว่าคุณจะมีโปรแกรมป้องกันไวรัส ป้องกันการเจาะเข้าระบบดีขนาดไหน แต่ถ้าคนที่ไม่ประสงค์ดี เข้าถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ก็จบกันเลยครับ เพราะหากเปิดหน้าจอทิ้งไว้ แค่ชั่วระยะเวลาเดียวก็สามารถดึงเอาข้อมูลสำคัญไปได้อย่างง่ายดายแล้วครับ

วิธีนี้เป็นวิธีที่ผมมองว่า “ง่าย” และ “ได้ผลดี” ในด้านการป้องกันข้อมูลสำคัญครับ

การ Hack สัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wireless) สามารถทำได้หรือไม่?


ปัจจุบันหลายคนได้มีโอกาสใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย (Wireless) โดยจะเป็นที่นิยมในกรณีที่ต้องมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตนอกบ้านหรือในที่สาธารณะ หลายครั้งเวลาที่เรานำคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือไปใช้งานในบางที่จะพบว่า มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตอยู่เต็มไปหมด แต่ส่วนใหญ่มักจะติดกับ Password หลายคนเลยมีคำถามว่า “เอ๊ะ ถ้าอย่างนั้น เราจะมีวิธีการเอาสัญญาณอินเทอร์เน็ตมาใช้งานได้หรือไม่?”

ระบบการป้องกันการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตมักจะนิยมใช้เพื่อป้องกันการใช้งานจากบุคคลอื่น เนื่องจากว่า หากไม่มีการป้องกันแล้ว จะทำให้มีการใช้งานการรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้มีผลกระทบต่อจุดสัญญาณนั้นๆ ครับ

ถ้าถามว่า สามารถเจาะระบบ(เพื่อเอา Password ไปใช้นั้น) สามารถทำได้ครับ แต่ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญพอสมควรครับ

ในส่วนของโปรแกรมที่ไว้ใช้เจาะระบบ (หรือที่เรียกว่า Hack นั่นแหละครับ) นั่นมีอยู่จริงครับ แต่การใช้งานนั้นมีขั้นตอนยุ่งยาก และผมพบว่า มันไม่คุ้มในการใช้ และการใช้งานนั้นก็ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง

บางคนอาจจะมีคำถามว่า “การลักลอบแอบใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตนั่น เป็นความผิดทางกฎหมายหรือไม่?” บางคนก็บอกว่าผิด บางคนก็บอกว่าไม่ผิด แต่สำหรับผม ผมมองว่า อย่างไรก็ไม่สมควรที่เราจะแอบเอาของที่ไม่ใช้ของเรามาใช้นะครับ

บทความนี้เขียนขึ้นโดย Kittin จากเว็บไซต์ manacomputers.com ได้รับความคุ้มครองตามสัญญาอนุญาต CC 3.0