หลักการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ (ตามประสาของผมนะ) ตอนจบ

สวัสดีครับ กลับมาเจอกันอีกครั้งครับ วันนี้ผมอยากเล่าเรื่องการเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่อครับ สำหรับ ตอนแรก ผมก็โม้ไปเรื่อยเกี่ยวกับเรื่่องการเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใหม่ พร้อมปัญหาที่หลายคนเจอ วันนี้ก็เลยอยากแบ่งปันสิ่งที่ผมคิดเห็นครับ การเลือกซื้ออุปกรณ์ผมให้ความสำคัญเป็นสัดส่วนดังนี้ครับ

desktop-computer-main_Full

***(การให้เปอร์เซ็นต์นี้ ผมคิดคำนวนจากงบประมาณ 10,000-15,000 บาท หากคุณมีเงินมากกว่านั้นก็ เพิ่มลดตามใจคุณครับ)

ปล.2 ผมยังไม่รวมราคา VGA (การ์ดจอนะครับ ) เพราะการใช้งานเบื้องต้นใช้ เมนบอร์ดแบบออนบอร์ดก็ได้ แต่ถ้าคุณเล่นเกมส์ ผมแนะนำที่ ไม่เกิน 20-30 % เท่านั้นครับ

1) CPU  20%

ผมให้ความสำคัญกับซีพียูแค่ 20% เพราะน้อยครั้งมากที่เราจะได้ขุดเอาขุมพลังของ CPU มาใช้ได้อย่างเต็มที่
และโฆษณาของพวกผู้ผลิตก็มักจะแบ่งชั้นวรรณะไว้เลยว่า “ถ้าใช้ซีพียู รุ่นไฮโซ นะ จะ encode งานวีดีโอ ได้เร็วกว่า รุ่น โลว์โซ (แม่ม ยี่ห้อเดียวกัน ยังเหยียดหยามกันอีก) กี่เปอร์เซ็นต์ ก็่ว่าไป ทำให้ประหยัดเวลาขึ้น

แต่ผมคิดว่าผมคิดเหมือนคนอื่นนะครับ ผมไม่ได้ซีเรียสเรื่องนี้  ตัวเลขมันก็แค่ให้รู้สึกดีในช่วงแรกของการซื้อแหละครับ

2) Mainboard  20%

หลายครั้งที่เวลาคนจะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ มักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญของเมนบอร์ดกันซักเท่าไหร่เลยครับ ถ้าเปรียบเทียบอย่างง่ายๆ ถ้าคอมพิวเตอร์เปรียบเสมือนร่างกายของเรา cpu ก็คือสมอง แล้วคุณคิดว่า เมนบอร์ดคืออะไรครับ

…………. (ให้เวลาคิดครับ)………………….

สำหรับ ผมว่าคือ  หัวใจ เลยครับ เพราะเป็นอุปกรณ์เดียวที่เชื่อมอุปกรณ์ทุกชิ้นของคอมพิวเตอร์เอาไว้ (ไม่เชื่อลองถอดเครื่องดูสิครับ)
แต่คนมันจะมองข้ามความสำคัญของอุปกรณ์ชิ้นนี้ไป ผมอยากให้คุณให้ความสำคัญเท่าๆ กับ cpu นะครับ
หาตัวที่ราคาไม่ถูกซะจนน่าเกลียดเกินไป

3) Ram  10%

ในเรื่องของราคาแล้ว ต้องบอกว่า แรมตอนนี้ราคาถูกลงมา และช่วงนี้ก็ยังเป็นยุคที่คนส่วนใหญ่ยังพอใจใน windows XP อยู่ แรม 1 GB ก็น่าจะเป็นตัวเริ่มต้นได้ดีพอสมควร แต่ถ้าผมแนะนำ ได้ถึง 2 GB เลยก็ดี (แต่ 4 GB เยอะไป -_-?)

4) Harddisk  15%

ตอนแรกผมก็คิดว่าอยากให้ความสำคัญกับ Harddisk มากกว่านี้หน่อยครับ
แต่พอนึกถึงความจุที่เพิ่มขี้นอย่างรวดเร็ว สวนทางกับราคาที่ถูกลงไปมาก ผมว่าไม่เกินนี้ดีกว่าครับ เพราะในเวลาไม่นานคุณก็จะซื้อ Harddisk ที่ความจุเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว ในราคาเท่ากับที่คุณซื้อไปในวันนี้ครับ

5) Monitor  30%

ลงทุนกับจอดีๆ ซักตัวเถอะครับ และตอนนี้จอ lcd ก็ถูกลงมากๆ เลยครับ คุณลองคิดดูสิครับ คุณจะต้องเพ่งมองอุปกรณ์อะไรมากที่สุดถ้าไม่ใช่ จอ

6) Case+Power Supply  10%

ถ้าคุณไม่บ้าพลังพวก Overclock หรือต้องการทำลายสถิติโลกแล้ว เคสกับ power supply ติดเคสก็พอแล้วครับ หาตัวที่ดูแล้วรู้สึกดีหน่อยแล้วกันนะครับ

7) อุปกรณ์อื่นๆ (Mouse,Keyboard,speaker)  5%

ซื้อ อุปกรณ์มาทุกชิ้น ลืมข้อสุดท้ายนี่ …. (ไม่ต้องบรรยายเลยนะครับ ) ไม่ต้องแพงมากหรอกครับ เม้าส์แพง คีย์บอร์ดแพง ไม่ได้ทำให้คุณเล่นเกมส์ หรือ ทำงานได้เก่งขึ้นหรอกครับ

พอมานั่งบวกๆ กันแล้ว อ้าว! ได้ 110% นี่หว่า… (ถ้ารวมการ์ดจออีก 20% ก็เป็น 130% แล้ว )

เลยอยากจะบอกคุณในตอนท้ายนี้ว่า

เวลาคุณซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่น่ะ ไม่เคยพอดีตามงบหรอกคุ้ณ…

หลักการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ (ตามประสาของผมนะ) ตอนแรก

คุณผู้อ่านเคยเป็นเหมือนกับผมไหมครับ เวลาที่ผมจะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่เนี่ย รู้สึกเป็นกังวลใจไปต่างๆ นานารู้สึกว่า กลัวที่จะซื้อของผิด หรือ ซื้อของมาแล้วตกรุ่น พอโพสท์เข้าไปถามคนอื่นๆ ตามเว็ปไซต์ดังๆ (เช่น 1000ทิป) ก็มักจะได้รับคำแนะนำประมาณว่า

– จะซื้อทั้งทีซื้อแบบดีๆ ไปเลยดีกว่าครับ

– เพิ่มเงินอีกนิด จะได้สเปคดีกว่านี้นะจ้ะ

– ผมแนะนำว่า เพิ่มงบอีกนิดหน่อย (หลายพัน) เปลี่ยนจะซีพียูตัวนี้ (ที่ดูกระจอกจัง) ไปเป็นตัวโน้นดีกว่า (ดูไฮโซดี) ฯลฯ

ผมว่าเป็นคำแนะนำที่ดี แต่คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อครับ

buy-1

เพราะอะไร

  1. เพราะกรูมีเงินอยู่แค่เนี้ย นิดหน่อยของแก ก็เยอะสำหรับฉ้านนะ
  2. ส่วนใหญ่ที่แนะนำ ชอบแนะนำสเปคที่สูงกว่าที่ตัวเองใช่ (จริงๆนะ)
  3. คุณจะต้องอยู่กับเขา (เครื่องคอมพิวเตอร์) ไปอีกนาน คนที่แนะนำเขาไม่ได้มาร่วมหัวจมท้ายกับคุณ

เพราะฉะนั้น

เลือกคอมพิวเตอร์ที่เหมาะทั้งความต้องการและเงินในกระเป๋าสตางค์คุณดีกว่าครับ

เอาล่ะ พล่ามมาพอสมควรแล้ว ผมเกิดความคิดอย่างหนี่งว่า เวลาที่มีคนแนะนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แต่ละชิ้นให้กับผมนั้นก็เป็นสเปคที่น่า สนใจดีครับ

แต่พอผ่านไปซัก 1-2 อาทิตย์ กลับกลายเป็นว่า สเปคนั้นดูไม่คุ้มกับเราซะแล้ว

เพราะว่าถ้าเรากำหนดโดยงบประมาณเป็นจำนวนเงินแล้ว จะทำให้เรามองไม่เห็นถึงความสำคัญในการให้ความสำคัญกับการซื้ออุปกรณ์แต่ละชิ้นได้ดีพอ

ยกตัวอย่างนะครับ ว่า ผมมีเงิน 15,000 บาท ผมจะให้ความสำคัญกับ CPU และก็การ์ดจอ แต่ เมนบอร์ดกับแรม นั้นยังไงก็ได้ (ถ้างบเหลือค่อยคิดถึงทีหลัง) ซึ่งผมเห็นหลายต่อหลายคนเน้นไปที่อุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป ทำให้เราได้อุปกรณ์ที่ไม่ค่อยสมดุลกัน เช่น CPU เทพ แต่เมนบอร์ดกากสุดๆ หรือ VGA Card สุดหรู แต่เงินไม่พอซื้อ Power Supply ดีๆซักตัว ผลก็เล่นเกมส์ไปแล้ววูบ ซวยอีก!

ผม เลยคิดว่าอยากจะแบ่งปันแนวทางการซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่เป็นดังนี้ครับ เป็นการให้ความสำคัญกับอุปกรณ์แต่ละชิ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ ?(ถ้าแก่หน่อยก็เรียกว่าร้อยละ) วิธีนี้ (ผมคิดว่า) ดียังไงบ้าง

  1. ได้เห็นภาพรวมของอุปกรณ์ทั้งหมดว่า เราควรให้ความสำคัญกับส่วนไหนบ้าง
  2. ไม่อิงกับราคาตามท้องตลาดที่ผันผวนเร็วเหลือเกิน
  3. ใช้ได้ทั้งการซื้อคอมใหม่ทั้งชุดหรืออัพเกรดเฉพาะส่วนครับ

วันนี้หมดเวลาแล้วครับ เดี๋ยวมาคุยกันต่อครับ

จะอธิบายเรื่องการทำงานของคอมพิวเตอร์ให้คนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์อย่างไรดี?

เคยเจอคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ถามเรื่องการทำงานของคอมพิวเตอร์ไหมครับ? ผมเคยครับ และ รู้สึกว่าตอบยากด้วย เลยคิดหาวิธีการตอบที่น่าจะอธิบายได้ง่ายๆ หน่อย เห็นระบบน้ำประปา เลยคิดจะอธิบายแบบนี้ครับ ผมขอเล่าเป็นนิทานเรื่องหนึ่งแล้วกันนะครับ

prapa

เริ่มจากนายสถานีประปาหมู่บ้าน (CPU) ได้รับคำสั่งจากทางจังหวัด (การ input จากผุ้ใช้งาน ) ให้ดูแลระบบการประปาของหมุ่บ้าน A (นามสมมุติจ้ะ)

นายสถานี (CPU) ก็ต้องวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ทุกส่วนในหมู่บ้านได้น้ำประปาใช้อย่างทั่วถึงและด้วยความรวดเร็ว (การประมวลผล)

เมือคิดได้แล้ว สถานีจ่ายน้ำประปา+เครื่องผลิตน้ำประปา(เมนบอร์ด )ก็จะทำการสูบน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะในหมุ่บ้าน (Harddisk) มาใช้

โดยใช้เครื่องสูบน้ำที่มีประสิทธิภาพ แรงและท่อใหญ่ (Ram) มาที่สถานีเพื่อทำการผลิตน้ำประปา และส่งออกไปยังหมู่บ้าน (การ output ข้อมูลไปสู่ผู้ใช้งาน) เพื่อการส่งน้ำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ส่วนทัศนียภาพของสถานีและหมู่บ้าน (Monitor และ VGA card ) ขึ้นอยู่กับงบประมาณของหมู่บ้านครับ อยากได้เป็นหมู่บ้านดีเด่นก็ต้องตกแต่งกันหน่อย

แล้วการ Overclock ล่ะ ก็คงเป็นกรณีที่ทางจังหวัดเร่งให้นายสถานีทำการผลิตน้ำประปาอย่างหนักตลอดวันตลอดคืน จนนายสถานีเริ่มสับสนและทำงานไม่ไหว (Hang และ Error)

มายเหตุ 1

***ถ้านายสถานีโง่ ก็ทำให้ระบบการประปาหมู่บ้านช้า ทางจังหวัดก็จะมาด่า ( Cpu ความเร็วต่ำ)
***ถ้านายสถานีฉลาด แต่อุปกรณ์ประปาไม่ดี ก็ทำให้การส่งน้ำช้ากว่าที่ควรจะเป็น (Cpu ความเร็วสูง เมนบอร์ด แรม ไม่ดี)
***ดังนั้นต้องมีนายสถานีฉลาด อุปกรณ์ดี ท่อส่งน้ำใหญ่ ระบบจะดี จังหวัดจะชมเชย

หมายเหตุ 2

*** พวก Core 2 Duo ก็คือมีนายสถานีประปาทั้งหมด 2 คนครับ (ช่วยกันคิด) ส่วน Quad core ก็มี 4 คน (รวดเร็ว แต่เปลืองงบประมาณจังหวัด)

ขำขำนะครับ อย่าคิดมาก

พา E5200 ไปเดินเล่นที่ 4GHz ด้วยเงิน 2 พันนิ้ดๆ

ep31+e5200จากความเดิมตอนที่แล้วพอเราได้ซีพียูมาแล้ว (E5200) ขั้นตอนต่อไปก็มองหาเมนบอร์ดที่รองรับการ Overclock ได้ดีพอสมควร (ถ้าดีมากก็จะแพงมาก) โดยตอนนี้งบเหลือ 2 พันนิด (ไม่ถึง 2,200 บาท) แล้ว

ตอนแรกก็ลังเลใจครับว่าจะเอา เมนบอร์ดที่มี Chipset G31 หรือ P31 ดี (P35 ขึ้นไปไม่ต้องหวังเลยครับกับงบแค่นี้ มือสองก็ไม่น่าเล่นครับ)

เพราะว่าราคาเมนบอร์ด Chipset G31 นั้น ถูกกว่า P31 กว่า 4-5 ร้อยบาทเลยที่เดียว และก็ได้ข้อมูลมาว่าเมนบอร์ดที่มี VGA ออนบอร์ดจะ Overclock ได้น้อยกว่า เมนบอร์ดที่แยก VGA ออกไป ก็เลยเอาเงินก้อนสุดท้ายที่เหลือ (พูดซะเว่อร์) ซื้อเจ้า P31 มา ซึ่งชื่อเต็มๆ ของเค้าก็คือ Gigabyte EP31-DS3L ซึ่งค่าตัวก็อยู่ที่ สองพันหนึ่งร้อยกว่าๆ บาทครับ

(ขอข้ามขั้นตอนการรีวีวนะครับ เพราะตอนนี้มันไปนอนอยู่ที่เครื่องแล้ว และผมก็ไม่ค่อยเก่งเรื่องการอธิบายชิ้นส่วนเวลารีวิวครับ)

ตอนแรกผมก็พยายามปรับแต่งในไบออสเอาครับ แต่พอเกิน 3GHz เริ่มมีปัญหาแล้ว บู้ตไม่ขึ้นบ้าง ขึ้นแล้วค้างเข้า windows ไม่ได้บ้าง จนท้ายสุดออกมาได้ที่ 4 GHz ครับ โดยการตั้งค่าออกมาดังนี้ครับ (เผื่อเป็นแนวทางสำหรับคนที่สนใจครับ )

e5200+ep31

โดยโปรแกรมที่ใช้ก็มี CPU-Z 1.48, Everest แล้วก็ Super Pi mod ครับ จะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพนี่ พอๆ กับ Q6600 แบบ Overclock ไป 3 GHz ครับ (เทียบจากเวลาในการรัน Super Pi mod แบบ 1 MB ใช้เวลา 14 วินาทีกว่าๆ เท่ากันครับ)

test-e5200ep31

ตอนที่เขียนบทความนี้ก็ยังวิ่งอยู่ที่ 4 GHz อยู่เลยครับ แต่จะมีข้อสังเกตนิดหนึ่งนะครับ

1. อุณหภูมิตอนปกติ จะอยู่ที่ 49-51 องศาเซลเซียสครับ (ถือว่าร้อนพอสมควรเลย ) ถ้ามีเงินหน่อยก็ซื้อตัว CPU Cooler เปลี่ยนก็ดีครับ (แต่ผมไม่ซื้อ เพราะเงินหมดแล้ว)

2. ทดสอบด้วย Orthos ไม่ผ่านครับ แต่การใช้งานปกติใช้งานได้ดีเลยครับ

3. ไฟเลี้ยงซีพียู (V Core) ถ้าต่ำกว่า 1.4 จะบู้ตไม่ติดครับ แต่ถ้า 1.8 อุณหภูมิมันจะโดดไปที่ 100 องศาเซลเซียสครับ (เกือบปิดเครื่องไม่ทัน)

ท้ายนี้ ใครมีซีพียูรุ่นนี้หรือเมนบอร์ดรุ่นนี้ก็เอาไปลองทำดูครับ หรือถ้าจะอัพเกรด ผมแนะนำ 2 ตัวนี้เลยครับ กับ งบ 5,000 บาท ได้ซีพียูความเร็ว 4GHz ไปนอนกอด (อ๊ะ! กอดไม่ได้ร้อนตายห่ะเลย)

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ ManaComputers.com (อีกครั้ง)ครับ

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ ManaComputers.com (อีกครั้ง) ครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ได้สละเวลาเข้ามาเยี่ยมเยียนเรานะครับ

เว็ปของเราคืออะไร?

จุดประสงค์หลักๆ ของเราก็คือ ให้ทุกคนสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน การบำรุงรักษา การซ่อมหรือการอัพเกรดคอมพิวเตอร์ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเราอยากจะเป็นแหล่งความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์อีกแห่งหนึ่งในสังคมไทย อยากจะเขียนบทความต่างๆ แบบคนที่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้นก็ยังอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายครับ

แต่ชุมชนแห่งนี้จะไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้ ถ้าไม่มีทุกท่านช่วยกันสร้างเสริม แนะนำ ติชม เพื่อให้เว็ปของเราเป็นประโยชน์แก่ทุกคนมากที่สุดนะครับ ยังไงก็ขอฝากเว็ปนึ้ด้วยนะครับ 05-01-2009

ปล. นี่เป็นคำทักทายตั้งแต่แรกเปิดเว็บไซต์เลยครับ วันนี้เลยเอามาเป็นคำทักทายอีกครั้งในการปรับปรุงครั้งใหญ่ครับ