Katherine Mansfield คือใคร? (พร้อมประวัติ+ผลงาน)

Katherine mansfield
Katherine Mansfield
อาจจะเป็นชื่อหนึ่งที่คุณอาจจะไม่คุ้นหู สงสัยว่าคือใครหรือเป็นใครกันแน่ แต่ถ้าคุณได้ติดตามงานเขียนประเภทวรรณกรรมสไตล์ Modernism น่าจะรู้จักเธอคนนี้ดี วันนี้มานาคอมพิวเตอร์เลยอยากจะขอนำเอาประวัติที่น่าสนใจของเธอคนนี้มาเล่าให้ฟังกันครับ

Katherine Mansfield คือใคร? (พร้อมประวัติ)

เธอเป็นนักเขียนชาวนิวซีแลนด์ที่มีผลงานการเขียนเรื่องสั้นที่โดดเด่นเป็นอย่างมากในยุคนั้น เรียกได้ว่า เป็นมารดาแห่งการเขียนเรื่องสั้นยุคใหม่ (modernist of short story writer) ที่เป็นอิทธิพลให้กับนักเขียนดังๆต่อมา ในการเขียนเรื่องสั้น (ภาษาอังกฤษ) ครับ

เธอมีชื่อเต็มว่า Katherine Mansfield Beauchamp Murry (แคทเธอลีน แมนฟิลด์ โบแชมป์ เมอรรี่) ส่วนชื่อ Katherine Mansfield นั้นเป็นนามปากกาของเธอครับ ส่วนประวัติย่อๆ ของเธอคนนี้ก็มีดังนี้ครับ เธอเกิดวันที่ 18 ตค 1888 เมื่อเธออายุได้ 19 ปี เธอก็ได้ย้ายถิ่นฐานจากประเทศนิวซีแลนด์ โดยไปอยู่ที่สหราชอาณาจักร และมีเพื่อนนักเขียนสไตล์ Modernism อย่าง D.H. Lawrence และ Virginia Woolf.

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เธอได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ปี 1923 ที่เมือง Fontainebleau ประเทศฝรั่งเศส จากการป่วยเป็นวัณโรค โดยมีอายุรวมเพียง 34 ปีเท่านั้น

 

ผลงานที่น่าสนใจของ Katherine Mansfield

ผลงานแบบรวมเรื่องสั้น

In a German Pension (1911)
Bliss: and Other Stories (1920)
The Garden Party: and Other Stories (1922)
The Doves’ Nest: and Other Stories (1923)
The Montana Stories (1923) (Republished in 2001 by Persephone Books)
Poems (1923)
Something Childish (1924)
The Journal of Katherine Mansfield (1927, 1954)
The Letters of Katherine Mansfield
The Aloe (1930)
Novels and Novelists (1930)
The Short Stories of Katherine Mansfield (1937)
The Scrapbook of Katherine Mansfield (1939)
The Collected Stories of Katherine Mansfield (1945, 1974)
Letters to John Middleton Murry, 1913–1922 (1951)
The Urewera Notebook (1978)
The Critical Writings of Katherine Mansfield (1987)
The Collected Letters of Katherine Mansfield (4 vols., 1984–96)
The Katherine Mansfield Notebooks

ผลงานประเภทเรื่องสั้น

“Germans at Meat” (1911 from In a German Pension)
“The Woman At The Store” (1912)
“How Pearl Button Was Kidnapped” (1912)
“Millie” (1913)
“Something Childish But Very Natural” (1914)
“The Little Governess” (1915)
“Pictures” (1917)
“Feuille d’Album” (1917)
“A Dill Pickle” (1917)
“Je ne parle pas français” (1917)
“Prelude” (1918)
“An Indiscreet Journey” (1920)
“Bliss” (1920)
“Miss Brill” (1920)
“Psychology” (1920)
“Sun and Moon” (1920)
“The Wind Blows” (1920)
“Mr Reginald Peacock’s Day” (1920)
“Marriage à la Mode” (1921)
“The Voyage” (1921)
“Her First Ball” (1921)
“Mr and Mrs Dove” (1921)
“Life of Ma Parker” (1921)
“The Daughters of the Late Colonel” (1921)
“The Little Girl” (1912)
“The Stranger” (1921)
“The Man Without a Temperament” (1921)
“At The Bay” (1922)
“The Fly” (1922)
“The Garden Party” (1922)
“A Cup of Tea” (1922)
“The Doll’s House” (1922)
“A Married Man’s Story” (1923)
“The Canary” (1923)
“The Singing Lesson”
“An Ideal Family”
“Sixpence”

ครบรอบ 15 ปีของกูเกิ้ล (Google’s 15th birthday)

Google’s 15th birthday

วันที่ 27 กันยายน 2556 นับเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของ Google นะครับ เนื่องจากว่าเป็นวันครบรอบ 15 ปีของ Google นะครับ (Google’s 15th birthday)  ครับ

ประวัติ Google

ประวัติของ Google เริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 โดย แลร์รี่ เพจและเซอร์เกย์ บรินพบกันที่สแตนด์ฟอร์ด (แลร์รี่อายุ 22 ปี ซึ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน กำลังตัดสินใจเลือกโรงเรียน เซอร์เกย์อายุ 21 ปี ได้รับมอบหมายให้พาเขาชมสถานที่) เนื่องด้วยสาเหตุบางประการ พวกเขามีความเห็นไม่ลงรอยกันในแทบจะทุกเรื่องในการพบกันครั้งแรก

ต่อมาในปี 1996 แลร์รี่และเซอร์เกย์ซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาโทสาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่สแตนฟอร์ดในขณะนี้ ได้ร่วมมือกันสร้างเครื่องมือค้นหาที่เรียกว่า BackRub โดย BackRub ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ของสแตนฟอร์ดมากว่าหนึ่งปี แต่ต่อมามีการใช้แบนด์วิดท์มากเกินความเหมาะสมสำหรับการใช้งานในมหาวิทยาลัย

และในปี 1997 แลร์รี่และเซอร์เกย์จึงตัดสินใจว่าเครื่องมือค้นหา BackRub จะต้องมีชื่อใหม่ หลังจากได้ระดมความคิดกัน พวกเขาก็ได้ชื่อว่า Google  ซึ่งมาจากการเล่นคำว่า “googol” ที่เป็นศัพท์ทางคณิตศาสตร์สำหรับตัวเลข 1 ที่มีเลขศูนย์ 100 ตัวตามหลัง การใช้คำนี้แสดงถึงเป้าหมายในการจัดการข้อมูลที่ดูเหมือนว่าจะมีจำนวนมากมายมหาศาลบนเว็บ

ผลิตภัณฑ์ของ Google

แม้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์ต่างของ google มากมาย แต่ผลงานที่น่าสนใจก็มีดังนี้ครับ

ค้นเว็บ – ค้นหาหน้าเว็บหลายพันล้านหน้าเว็บ
Google Chrome – เบราว์เซอร์ที่ได้รับการสร้างขึ้นมาให้สามารถทำงานได้รวดเร็ว เรียบง่าย และมีความปลอดภัย
มือถือ – รับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Google ได้บนโทรศัพท์มือถือของคุณ
แผนที่สำหรับมือถือ -ดูแผนที่ ตำแหน่งของคุณ และรับเส้นทางได้บนโทรศัพท์ของคุณ
หนังสือ – ค้นหาข้อความทั้งหมดในหนังสือ
ค้นหารูปภาพ – ค้นหารูปภาพบนเว็บ
ข่าวสาร – ค้นหาบทความข่าวสารหลายพันรายการ
แผนที่ – ดูแผนที่และเส้นทาง
Panoramio – สำรวจและแบ่งปันรูปภาพทั่วโลก
การค้นหาเฉพาะทาง
ค้นบล็อก- ค้นหาบล็อกในหัวข้อที่คุณชื่นชอบ
การค้นหาที่กำหนดเอง – สร้างประสบการณ์การค้นหาที่กำหนดเองสำหรับชุมชนของคุณ
Alerts – รับข่าวสารล่าสุดทางอีเมลในหัวข้อที่คุณเลือก
เอกสาร – สร้างและแบ่งปันเอกสาร งานนำเสนอ และสเปรดชีตออนไลน์ของคุณ
ปฏิทิน – จัดระเบียบตารางเวลาของคุณ และแบ่งปันกิจกรรมต่างๆ กับเพื่อนๆ
Gmail- อีเมลที่สามารถค้นหาได้และทำงานรวดเร็ว แต่มีสแปมน้อยลง
แปลภาษา – แปลข้อความ หน้าเว็บ และไฟล์ได้ทันทีมากกว่า 50 ภาษา
Trader – แหล่งรวมสินค้าและบริการให้คุณซื้อและขายกันได้ตามใจ
Google Cloud Print – พิมพ์ได้ทุกที่จากทุกอุปกรณ์
Google+  เครือข่ายสังคม
Groups – สร้างรายชื่ออีเมลและกลุ่มสนทนา
Hangouts – การสนทนาอย่างมีชีวิตชีวา ทุกที่ ทุกเวลา ฟรี

สุขสันต์วันเกิดครบรอบ 15 ปีนะครับ

 

Léon Foucault คือใคร พร้อมประวัติ+ผลงานของ Léon Foucault

leon-foucault_0
Léon Foucault อาจจะเป็นชื่อที่หลายคนอาจจะไม่รู้จัก แต่วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจของบุคคลท่านนี้ ว่าเขาเป็นใคร มีประวัติและผลงานอะไรที่น่าสนใจบ้างครับ

Léon Foucault คือใคร?

เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงจากการที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่ทดลองและพิสูจน์ได้ว่าโลกหมุนรอบตัวเองได้เป็นครั้งแรก อีกทั้งเป็นผู้ประดิษฐ์ไจโรสโคป (Gyroscope) ซึ่งวันที่ 18 กันยายนปีนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด 194 ปีของเขาครับ

ประวัติของ Léon Foucault

Léon Foucault มีชื่อเต็มว่า Jean Bernard Léon Foucault (ชื่อภาษาไทยอ่านว่า ฌอง โบนาปาต์ เลอง ฟูโกลต์) เกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ.1819 ที่ปารีส (Paris) ประเทศฝรั่งเศส (France) บิดามีอาชีพเป็นพ่อค้าขายหนังสือ ในวัยเด็ก Foucault เป็นเด็กขี้โรค การมีสายตาข้างหนึ่งสั้น และสายตาอีกข้างหนึ่งยาวทำให้อ่านหนังสือไม่สนุก เขาจึงไม่ชอบไปโรงเรียน และให้แม่สอนที่บ้าน โดยเขาตั้งใจจะเรียนเป็นแพทย์ แต่เขาชอบทำอุปกรณ์วิทยาศาสตร์มากกว่า จึงหันมาสนใจฟิสิกส์แทน และเพื่อเป็นการหารายได้เสริม เขาจึงเขียนบทความวิทยาศาสตร์เผยแพร่ส่งในหนังสือพิมพ์ โดยได้วิพากษ์วิจารณ์ผลงานของบุคคลต่างๆ ในวงการวิชาการยุคนั้น

ในช่วงบั้นปลาย เขาได้ล้มป่วยด้วยโรค multiple oclerosis (อัมพาตและสั่นกระตุก) และเสียชีวิต วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1868 ที่ปารีส (Paris) ประเทศฝรั่งเศส (France) มีอายุได้ 49 ปี

ผลงานของ Léon Foucault

เป็นผู้ที่ทดลองและพิสูจน์ได้ว่าโลกหมุนรอบตัวเองได้เป็นครั้งแรก โดยในปี ค.ศ.1851 เขาได้พิสูจน์ถึงเหตุการณ์โลกหมุนรอบตัวเอง ที่หอดูดาวในกรุงปารีส โดย Foucault ได้แขวนลูกตุ้มที่มีมวล 28 กิโลกรัม ด้วยลวดเหล็กที่ยาว 67 เมตร จากเพดานของ Pantheon ในกรุงปารีส และทุกคนก็ได้ประจักษ์ว่า ระนาบการแกว่งของลูกตุ้มเบี่ยงเบนไป เมื่อเวลาผ่านไป และเขาก็ได้แสดงให้เห็นว่า อัตราการเบี่ยงเบนของระนาบแกว่งขึ้นกับตำแหน่งของละติจูดที่ลูกตุ้มอยู่ เช่น ถ้าเป็นที่ขั้วโลก ระนาบการแกว่งจะหมุนไปได้ครบรอบในทุก 24 ชั่วโมง แต่เมื่อลูกตุ้มอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร อัตราการเบี่ยงเบนของระนาบก็จะเร็ว เป็นต้น

220px-Gyroscope_precession

ผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่มีชื่อเสียงของเขาคือ ได้ประดิษฐ์และตั้งชื่อ ไจโรสโคป (gyroscope) ขึ้นเพื่อใช้เรียกล้อ ที่ติดตั้งในวงแหวนหมุนได้ นั่นคือชุดวงแหวนที่ยอมให้ล้อหมุนโดยอิสระในทิศทางใดๆ ก็ได้ และในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1850 เขาได้ทำการทดลองอย่างหนึ่ง โดยใช้โรเตอร์ และแสดงว่าล้อที่หมุนอยู่นั้นยังคงทิศทางเดิมของมันในอากาศ โดยไม่ขึ้นกับการหมุนของโลก

นอกจากนี้เขามีผลงานที่น่าสนใจดังนี้ครับ

  • ในปี ค.ศ.1850 เขาได้ช่วย Armand Fizeau วัดความเร็วแสงได้เท่ากับ 298,000 กิโลเมตร/วินาที ซึ่งแตกต่างจากค่าปัจจุบันเพียง 0.6% เท่านั้น
  • เขาค้นพบอีกว่า แสงเคลื่อนที่ในน้ำได้ช้ากว่าในอากาศ การทดลองของ Foucault จึงสนับสนุนความคิดที่ว่าแสงเป็นคลื่นมิใช่เป็นอนุภาค เพราะถ้าแสงเป็นอนุภาค ความเร็วของแสงในน้ำจะสูงกว่าความเร็วแสงในอากาศ

 

John Wisden (จอหน์ วิสเดน) คือใคร? ประวัติและผลงานที่น่าสนใจ

john wisden
John Wisden คือใคร? อาจเป็นคำถามของหลายๆ คน วันนี้มานาคอมพิวเตอร์ขอนำข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติและผลงานของเขามาเป็นความรู้รอบตัวให้กับคุณนะครับ

John Wisden (จอหน์ วิสเดน) เป็นนักกีฬาคริกเกตที่มีชื่อเสียงอย่างมากชาวอังกฤษ เขาเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 187 ครั้งในระดับ first-class cricket จากสามทีม คือ Kent, Middlesex และ Sussex วันที่ 5 กันยายนปีนี้ จึงถือได้ว่าเป็นวันครบรอบวันเกิด 187 ปีครับ

ประวัติย่อๆ ของเขามีดังนี้ เขาเกิดเมื่อวันที่  5 กันยายน ปี ค.ศ. 1826 ที่เมือง Brighton,Sussex ประเทศอังกฤษเขามีส่วนสูง 5 ฟุต 6 นิ้ว (168 เซนติเมตร) เขาเล่นในตำแหน่ง wicket-keeper โดยมี Batting style แบบถนัดมือขวา ส่วน Bowling style จะเป็นแบบ Underarm right arm slow

หลังจากที่เขาเกษียณตัวเอง เขาได้เป็นผู้ก่อตั้ง Wisden Cricketers’ Almanack เขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เมื่อวันที่ 5 กันยายน ปี ค.ศ. 1884 เมื่ออายุ 57 ปี ที่ Westminster กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

กีฬาคริกเก็ตคืออะไร?

คริกเกต (อังกฤษ: cricket) เป็นกีฬาชนิดหนึ่ง มีคนเล่นทีมละ 11 คน ทีม ก จัดให้คนหนึ่งเป็นผู้ขว้างลูก เรียกว่า bowler ทำการขว้างลูกไปยังไม้ที่ตั้งไว้บนสนามสามอัน เรียกว่า wickets ซึ่งทีม ข จัดคนมารักษา คนที่รักษา wickets เรียกว่า batsman และไม้ที่ถือตีลูกเรียกว่า bat ถ้าตีถูกลูกก็วิ่งวนไปเพื่อเอาแต้ม เรียกว่า runs จนกว่าพวกของทีม ก ที่อยู่ในสนาม คือ fielders จะนำลูกกลับมาได้

คริกเกตมีการเล่นมากกว่าใน 100 ประเทศ ซึ่งนิยมเล่นในออสเตรเลีย บังคลาเทศ อังกฤษ และอินเดีย

 

Claude Debussy (โกลด เดอบูว์ซี) คือใคร? ประวัติและผลงานของ Claude Debussy

claude debussy
สำหรับคนที่อาจจะเคยเห็นชื่อ Claude Debussy (โกลด เดอบูว์ซี) ผ่านตา อาจจะสงสัยว่าเขาคือใคร มีความสำคัญหรือผลงานทางด้านไหน? วันนี้มานาคอมพิวเตอร์จะนำเสนอข้อมูลเรื่องนี้ให้ทราบครับ

Claude Debussy คือใคร?

โกล้ด-อาชีล เดอบูซี ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในคีตกวีคนสำคัญของคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยแนวเพลงของเขาได้ฉีกออกจากยุคโรแมนติกในศตวรรษที่ผ่านมา และได้ปฏิเสธกรอบที่ถูกวางเอาไว้ โดยมีการแสวงหาความเป็นอิสระทางดนตรีอย่างเต็มรูปแบบ

ผลงานที่มีชื่อเสียงของเขาและหลายคนก็น่าจะรู้จักก็คงเป็น Clair de lune ครับ

 

ประวัติของ Claude Debussy

เขาเกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2405 (ค.ศ. 1862) ที่เมืองแซ็ง-แฌร์แม็ง-อ็อง-แล

โดยผลงานทางด้านดนตรีของเขามักจะถูกเรียกว่าเป็นแบบ “อิมเพรสชันนิสม์” (impressionism) และมักจะถูกนำไปจับคู่กับงานของมอริส ราแวล (Maurice Ravel) คีตกวีชาติเดียวกัน

โดยรูปแบบดนตรีของเขาจะมีเสียงประสานที่ในหลาย ๆ ครั้งจะไม่เกลาคอร์ดลงไปยังคอร์ดโทนิคของบันไดเสียง มีการใช้เสียงประสานที่กัดกันบ่อยครั้งเพื่อสร้างสีสันซึ่งแบบดั้งเดิมนั้นใช้เพื่อนำบทเพลงไปยังคอร์ดโทนิค

ซึ่งดนตรีของเขามีลักษณะถอยห่างออกจากอารมณ์ความรู้สึกลึก ๆ ด้านในและจะแสดงภาพหรือ “ความประทับใจ” ออกมาแทน ทำให้งานของเขาโดดเด่นผิดกับผลงานของนักดนตรีท่านอื่นๆ ในยุคนั้น

เขาเสียชีวิตที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) ด้วยโรคมะเร็ง